(บทความนี้เขียนขึ้นด้วยความมุ่งหมายที่จะสะท้อนถึงความเชื่อมโยงของผลกระทบจากการขาดประสิทธิภาพของรัฐ กับการเติบโตของผู้ค้าบริการทางเพศ เท่านั้น!!!โดยมิได้มีจุดประสงค์จะก่อให้เกิดมุมมองที่ไม่เคารพต่อเอกสิทธิ์ในร่างกายของตนเองก็ดี ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ก็ดี รวมถึงความศรัทธาในเพื่อนมนุษย์ว่า ทุกคนต่างเลือกสิ่งที่ดีให้แก่ตนเองอย่างถึงที่สุดแล้วภายใต้ข้อจำกัดบางประการ )
สืบเนื่องจาก ผมได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆที่มีความรู้ในเรื่องเศรษฐกิจใต้ดิน (Underground economy) เมื่อเร็วๆนี้ แล้วก็ค้นพบข้อเท็จจริง (อย่างหยาบ) ประการหนึ่งคือ มีโสเภณี จำนวณหนึ่งที่เป็นโสเภณีตามฤดูกาล (Seasonal prostitute) ครับ กล่าวคือ ผู้ขายบริการทางเพศเหล่านี้บางส่วนมีอาชีพเกษตรกรในฤดูเพาะปลูก ทว่า ผลกำไรจากการทำการเกษตรไม่อาจเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงความต้องการบริโภคของครัวเรือนตนเองไปได้ตลอดปี ในขณะที่ทักษะแรงงานก็ไม่มี (กำลังกายที่จะไปทำงานแบกหามก็ไม่อำนวย) ดังนั้น จึงเข้ามาค้าบริการทางเพศ
นานวันเข้าสถานะของโสเภณีตามฤดูกาลนั้นก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบของโสเภณีถาวร (Permanent prostitute) เพราะเหตุปัจัยหลายประการ อาทิ การสูญเสียทักษะทางการเกษตรอันเนื่องมาจากการเข้าฝังตัวอยู่ในเมืองนานจนเกินไป, การเสพติดคุณภาพชีวิตแบบเมือง, การได้รับผลกระทบทางสังคมในระดับชุมชนเมื่อทราบว่าตนเองเข้ามาค้าบริการทางเพศ ฯลฯท้ายสุดจึงมาลงเอยที่ ผู้ขายบริการทางเพศเหล่านี้กลายมาเป็นคนชายขอบในเมือง ที่จะก้าวขึ้นไปทำงานในระดับทักษะ (Skill labour) ที่ได้รับค่าตอบแทนสอดคล้องกับค่าครองชีพก็ไม่ได้ จะลงไปทำงานเป็นอาชีพที่รายได้น้อยอื่นๆรึก็ไม่พอใช้จ่าย จนต้องทำอาชีพขายบริการต่อไป
ประเด็นที่น่าสนใจคือ อัตราการเติบโตของผู้ขายบริการที่เริ่มจะเป็นโสเภณีตามฤดูกาล เหล่านี้นั้นมีเป้นสัดส่วนเท่าไหร่ของทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาดมืด ณ ขณะนี้ เพราะนั้นคือ ตัวเลขที่สะท้อนต้นทุนจากการขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตร ในฐานะผู้ดูแลเกษตรกรไทยโดยตรง ผ่านการทำให้เกษตรกรไทยมีรายได้น้อยมากเมื่อเทียบกับเกษตรกรในโลกนี้ (ไม่ต้องข้ามไปถึงประเทศพัฒนาแล้ว ดูระหว่างภูมิภาคใกล้เคียงกันเราก้น่าที่จะมีอัตราผลลตอบแทนในภาคเกษตรต่ำว่าชาวบ้านเค้า, ปล. แค่สมมติฐานนะครับ)
ทั้งนี้เพราะ ปัญหาสินค้าเกษตรราคาต่ำ, เกษตรกรโดนรีดเร้นกำไรไปสู่พ่อค้าคนกลาง และ ข้าราชการที่เป็นใจนี้ คือรากสำคัญที่ทำให้ การไหลเข้าแสวงโชคของผู้ค้าบริการทางเพศยังคงมีอยู่อย่างไม่ขาดสาย (แม้ว่าจะไม่ใช่ทั้งหมดของสาเหตุในการค้าบริการทางเพศก็ตาม) ความสัมพันธ์ของการขาดประสิทธิภาพในการดำเนินนโบายสินค้าเกษตรของรัฐ จึงส่งผลกระทบกว้างขาวงไปกว่ามิติทางเศรษฐกิจ แต่เพียงอย่างเดียว ทว่ายังคงส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคสังคม และ สาธารณสุขอย่างกว้างขวาง อีกด้วย
ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม โปรดใช้วิจรณญาณในการพิจารณา เพราะ เรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดในที่นี้วางอยู่บนข้อสมมติฐาน และ คะเนเอาด้วยอัตวิสัยของผู้เขียนเป็นสำคัญมิได้มีเอกสารทางวิชาการ หรือ การวิจัยสนับสนุนอย่างเป้นระบบตามระเบียบวิธี (ทว่าหากมีโอกาสผู้เขียนจะทำการศึกษาอย่างแน่นอนครับ และ จะคำนวณออกมาด้วยว่า ทุกๆ 1% ของการหดตัวในภาคภาคเกษตร จะส่งผลให้โสเภณีเพ่ิมขึ้นกี่ %)
สำหรับเบื้องต้น ขอเกริ่นไว้พอเป็นน้ำจิ้มประมาณนี้ก่อน, สวัสดี ครับ

2 ของความคิดเห็น
Comments feed for this article
ธันวาคม 24, 2010 ที่ 8:01 AM
tintin
ชัดเจนมากครับ
แจ๋มแจ้งแดงแจ๋
กันยายน 17, 2009 ที่ 10:10 PM
อนิรุทธิ์
Fund flow ในตลาดการเงินโลก(ในช่วงปีนี้) ส่วนตัวผมคิดว่า
“ เมื่อ ตอน ต้นๆ ปี ซึ่งมีการอัดสภาพคล่อง สกุลเงิน USD เข้าไปในระบบอย่างมาก เพื่อป้องกันปัญหา การขาดสภาพคล่อง
มันทำให้เกิด ปัญหา Dollar Supply ที่มาก เป็นเรื่องที่ 1
และเมื่อช่วงเดือน มีนาคม ที่ FED ประกาศการทำมาตรการ Quantitative Easing (Credit Easing) ซึ่งเป็นการเข้าไปซื้อ พันธบัตร เพื่อจุดประสงค์ ดึงให้ Yield อ่อน (เพื่อหวังผลให้ดอกเบี้ยที่ Link กับ Bond เหล่านี้ เช่น ดอกเบี้ยตลาดบ้าน หุ้นกู้เอกชน ต่ำ เพื่อหวังผลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ) เลยคาดว่า มันคงเกิดภาวะที่ 2 ต้นทุนการกู้ยืม Dollar ถูก
ทั้ง 2 อย่างรวมกัน USD Supply มาก + ดอกเบี้ยถูกเพราะ การ ทำ QE เลยเดาว่า น่าจะเป็น เหตุให้ มีคน กู้ยืม USD ไปเก็งกำไร ในตลาดความเสี่ยงสูงต่างๆ เช่น ตลาดหุ้น ฯลฯ กันตั้งแต่เดือน 3 เป็นต้นมา
แล้วทีนี้ จะมองว่า จะมีการดึงเงืนกลับเมื่อไหร่ ก็น่าจะเป็น ปลายตุลา ที่ FED ประกาศไว้ว่าจะหยุดการทำมาตรการ QE
เพราะถ้าหยุด Yield ควรจะสูง จะทำให้ต้นทุน การกู้ยืม USD สูง ก็น่าจะเกิดการหยุดการเก็งกำไร
แต่ในระหว่างนี้ อาจมีการ ทยอยเอากลับเป็นช่วงๆ บ้างก็ได้ แต่ท้ายสุดคิดว่าไม่น่าจะเกิน ปลายตุลา ตามที่บอก