HD copy

By Tiraphap Fakthong

Freelance Educator and Quantitative Analyst

 

Amortization

 

                 มีใครเคยได้ยินคำๆ นี้บ้าง ผมคิดว่าหลายๆ ท่านโดยเฉพาะคนรุ่น ๆ ใหม่ ๆ ที่เพิ่งเรียนจบ หรือ กำลังทำงานอยู่ได้ประมาณ 2 – 3 ปี ที่ใฝ่ฝันอยากจะมีรถไว้ขับหรือบ้านสวย ๆ ที่ซื้อด้วยตัวเอง ซึ่งต้องใช้เงินก้อนในการวางมัดจำ คงจะเริ่มได้ยินได้พบเจอมาเป็นแน่แท้ หลายท่านอาจยังไม่คุ้นเคย แต่ถ้าผมพูดว่ามันก็คือ เงินกู้ส่วนตัว หรือ เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย โดยที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (จากธนาคารพาณิชย์) ละก็ ท่านคงร้อง อ๋อ ขึ้นมาทันที เพราะไปธนาคารทีไรสาว ๆ ที่แบงค์ก็แนะนำให้เราทำทุกทีสิน่า

                   เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์โดยทั่ว ๆ ไปที่ท่านผู้อ่านส่วนใหญ่มีความน่าจะเป็นสูงในการเข้าไปยุ่งด้วย มี 2 ประเภท คือ

  1. เงินกู้ส่วนบุคคล หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล ( Personal Loan )
  2. เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ( Housing Loan )

ผมขอละประเภทอื่น ๆ นะครับ เพราะเราไม่เข้าไปยุ่งซักเท่าไหร่

 

ประเด็นที่ผมจะอธิบายให้ท่าน ที่ผมคิดว่ามันมีประโยชน์ คือ

  1. ท่านรู้หรือไม่ว่าเงินกู้แบบลดต้นลดดอกมันเป็นอย่างไร สงสัยมั้ยครับ
  2. ท่านรู้หรือไม่ว่าเงินกู้แบบไหนที่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีปลายปีได้
  3. Statement ที่แสดงยอดเงินต้นและอัตราดอกเบี้ยจ่าย ในแต่ละเดือนนั้นเอาไปทำอะไรได้
  4. รู้หรือไม่ว่าท่านสามารถทำ statement แบบที่ธนาคารทำให้ท่านเองได้ ด้วย Exel  

 

เงินกู้แบบลดต้นลดดอก คือ อะไร

                บางท่านที่จบบริหารหรือบัญชีมา คงคุ้นเคยเป็นอย่างดี บางท่านอาจชอบ หรือ ไม่ชอบ เพราะความซับซ้อนของสมการทางคณิตศาตร์ที่ไม่น่าเอ็นดูเอาเลย ผมจะอธิบายให้ง่ายที่สุดนะครับ

                   เงินกู้แบบลดต้นลดดอก คือ เงินกู้ที่ท่านจะต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือนในอัตราเท่า ๆ กันทุกเดือนตามที่กำหนด ( Payments) แต่ในเงินที่ผ่อนนั้นจะแยกเป็นสองส่วน คือ ส่วนของดอกเบี้ย และส่วนของเงินต้น

 

Payment   =   Interest   +   Principal

 

ซึ่งในตอนแรก ๆ สัดส่วนของ Interest จะสูง แต่จะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนถึงเดือนสุดท้าย”

จดจำประโยคข้างต้นไว้ให้มั่นนะครับ เดี๋ยวเราจะได้เห็นความสำคัญของมัน

เงินกู้แบบลดต้นลดดอก ที่ใหญ่ ๆ ที่ท่านเจอมี 2 แบบ คือ

 

  1. เงินกู้ส่วนบุคคล หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล ( Personal Loan )
  2. เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ( Housing Loan )

 

               ทั้ง 2 แบบ คิดตามหลักเดียวกันครับ แต่ที่แตกต่าง คือ Personal Loan อัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่ามากส่วน  Housing Loan นั้น อัตราดอกเบี้ยจะไม่สูงขนาด Personal Loan ครับ 

 

สิ่งที่แตกต่างที่สำคัญอีกอย่าง คือ

 

เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย  สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีในปลายปีได้แต่สินเชื่อส่วนบุคคลทำไม่ได้

 

รายละเอียดเดี๋ยวมาดูกันครับ

 

Formula

 

               สูตรที่อยู่ในแผ่นพับที่ธนาคารแจกให้ท่านเพื่อแสดงวิธีคำนวณ Payment ในแต่ละเดือน ท่านสารถพิสูจน์เองที่บ้านได้ครับ  (เบสิกมาก) ใช้เหมือนกันทุกธนาคาร

กำหนดให้                    P  =  Monthly Installments

                                A  =  Loan Amount

                                n  =  Number of monthly Payments

                                I    =  Annual Interest Rate

Proof

 

ท่านกู้เงิน A จ่ายผ่อนทุกเดือน P เป็นเวลา N ปี ซึ่งมี n เดือน ที่อัตราดอกเบี้ย I ต่อปี เราสามารถตั้งสมการ ตามหลักการหา Present Value ในแต่ละเดือนได้ดังนี้

eq1

 eq2

   

            ส่วนสูตรในการหา Balance ที่เหลือในแต่ละเดือน ผมขอละไว้ไม่พิสูจน์ออกมาเป็นสมการนะครับ เพราะเดี๋ยวมันจะดูยาก และดูฟุ่มเฟือยเกินไป ผมขออธิบายง่าย ๆ ซึ่งท่านสามารถทำใน Exel ได้ โดยการ

 

  1. นำอัตราดอกเบี้ยรายเดือนคูณกับจำนวน Balance เริ่มต้นของท่านแล้วเอาไปหักออกจาก Payment ในเดือนนั้น ท่านก็จะได้ Principal ที่ท่านจ่ายในเดือนนั้น
  2. เอา principal ที่ท่านคำนวณได้ในเดือนนั้น ไปหักจาก Balance ตั้งต้น ท่านก็จะได้ Balance อันใหม่เพื่อมาคิดในเดือนที่ 2
  3. ทำซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ จนครบเดือนในสัญญาเงินกู้ครับ

              อย่าตกใจครับ !!!! ถ้าท่านทำ Exel เป็นมันง่ายยิ่งกว่า โหลดหนังโป๊อีกครับ มันมีสูตรสำเร็จให้เลยครับ

                          ถ้าท่านไม่เชื่อว่าเราทำเองได้ ลองดูภาพครับ นี่คือที่ผมทำเอง   

  g21

                    จากรูปท่านจะเห็น Statement ของดอกเบี้ยและเงินต้นทุก ๆ เดือน รวมไปถึงกราฟที่แสดงถึง Cumulative interest และ principal ซึ่งเอามาขยายให้ดูจะได้แบบนี้ครับ

 G22

                   สังเกตการณ์เคลื่อนไหวของมันครับ ว่าคำพูดนี้ เป็นจริงมั้ย

 ในตอนแรก ๆ สัดส่วนของ Interest จะสูง แต่จะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนถึงเดือนสุดท้าย”

 

 

มาถึงจุดนี้ ท่านคงงง ว่าจะรู้ไปทำไมวะ ?????

ดูต่อครับ จำได้มั้ยครับว่า

เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีในปลายปีได้แต่สินเชื่อส่วนบุคคลนั้นไม่ได้”

 

นั่นแหละครับกฎหมายมันว่าไว้อย่างนี้ครับ

ผมสรุปให้ดูง่าย ๆ

 

                ถ้าท่านกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หลังแรกเท่านั้น จากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ท่านจ่ายจนถึงปลายปี สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ครับ โดยให้หักได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

 

                 ดังนั้นเงินกู้ส่วนบุคคลไม่เกี่ยวอะไรกับการหักลดหย่อนภาษีครับ รวมไปถึงการกู้เงินเพื่อซื้อบ้านเล็กบ้านน้อย หรือกู้เงินทำธุรกิจ ครับ Statement ที่ได้แค่เอาไว้ดูครับว่าชำระเท่าไหร่แล้ว ที่คุณต้องทำแค่จ่ายเงินให้ตรงเวลา

 

พอจะนึกอะไรออกบ้างแล้วยัง ผมต่อนะครับ

 

                   นั่นหมายความว่า ถ้าในช่อง ดอกเบี้ยจ่ายของท่านรวมแล้วเมื่อสิ้นปี เกิน 100,000 บาท ท่านจะขอลดหย่อนภาษีได้แค่ 100,000 บาทเท่านั้น

                   คิดดูครับ ถ้าจะเงินกู้เงินเราควรกู้แบบไหน ???? กี่ปี ????? ท่านก็ดูครับ  ลองคำนวณแบบการกู้เงินที่สาว ๆ สวย ๆ ที่แบงค์เสนอให้เราดู แบบไหนที่จำนวนเงินเท่าไหร่ อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ ระยะเวลาเท่าไหร่ จึงจะทำให้ท่านไม่เสียผลประโยชน์ทางภาษี

                 ส่วนใหญ่เขาจะเล่นไปที่การยืดระยะเวลาการผ่อนชำระครับ และส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยมันค่อนข้างต่ำจำทำให้มีกรณีน้อยมากที่การกู้ระยะยาวจะทำให้ท่านเสียผลประโยชน์ทางภาษี นอกจากว่า   ท่านอยากที่จะผ่อนให้มันเสร็จเร็ว ๆ ภายในระยะเวลาสั้น ๆ  (มีใครบ้างไม่อยากทำ) ท่านก็ควรจะศึกษาเอาไว้ กันเหนียว ซึ่งแม้ว่าบางทีธนาคารอาจะเลือกให้ท่านแล้ว แต่เราก็ควรทำอะไรให้รอบคอบ ดีกว่ามานั่งเสียใจภายหลัง เพราะทุก ๆ การกระทำในฐานะนักเศรษฐศาตร์ต้อง Efficient ให้มากที่สุดครับ อย่าให้ใครมาทำให้เราพลาดง่าย ๆ ครับ

 

รู้เขารู้เรา  รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง